|
|
 | |
หวั่นคนตื่น ไข้กระต่าย แห่นำสัตว์มาทิ้ง

นายสัตวแพทย์ (น.สพ.) เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) กรณีการตรวจพบผู้ป่วยโรคทูลารีเมีย (Tularemia) หรือโรคไข้กระต่าย รายแรกของประเทศที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยติดเชื้อแบคทีเรียบาซิลัส ฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella tularensis) ติดต่อจากสัตว์ตระกูลฟันแทะ อาทิ กระต่าย กระรอก หนู ว่า ภายหลังทราบว่ามีผู้ป่วยเสียชีวิตในเดือนตุลาคม 2550 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ดำเนินการควบคุมโรคเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ และรายงานผลให้ส่วนกลางทราบ โดยไปสอบสวนโรคที่บ้านพักและครอบครัวของผู้ตาย ที่หมู่ 1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี พบว่าไม่มีประวัติการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ในละแวกบ้านมีการเลี้ยงโค สุนัข และมีแมวจรจัด ไม่มีกระต่าย
ทั้งนี้ น.สพ.เศรษฐเกียรติกล่าวว่า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้เจาะเลือดโคและสุนัขตรวจหาเชื้อแล้ว พร้อมทั้งค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ด้วยการสัมภาษณ์และเจาะเลือด รวมทั้งดักจับหนูทั้งในบ้าน รอบบ้านของผู้ป่วยที่สงสัยและเพื่อนบ้านเพื่อตรวจการติดเชื้อจากตับ ม้าม ปอด ของหนูที่ดักได้ เก็บเห็บหมัด เพื่อตรวจ PCR และเจาะเลือดแต่ก็ไม่พบเลือดแบคทีเรียดังกล่าวแต่อย่างใด
"สำหรับความรุนแรงของโรคนั้น เมื่อเทียบกับโรคไข้หวัดนกถือว่าไม่มีอันตรายใดๆ เพราะโรคไข้กระต่ายสามารถรับประทานยาปฏิชีวนะหายได้ ส่วนข่าวที่ปรากฏทำให้มีประชาชนจำนวนมากตื่นตระหนก เกรงอันตราย จนจะนำกระต่ายที่เลี้ยงไว้ตามบ้านไปปล่อยทิ้งนั้น ต้องชี้แจงว่าไม่มีความจำเป็น เพราะการเลี้ยงกระต่ายสามารถทำได้ เพียงแต่ผู้เลี้ยงจะต้องดูแลเรื่องความสะอาดของกระต่าย ตลอดจนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องเห็บหมัดที่อาจเป็นพาหะนำโรคมาสู่ลูกหลานได้" น.สพ.เศรษฐเกียรติกล่าว
วันเดียวกัน กรมปศุสัตว์ ได้จัดทำมาตรการป้องกันและควบคุม โรคทูลารีเมีย (โรคไข้กระต่าย) ของกรมปศุสัตว์เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้ข้าราชการรับไปดำเนินการ แยกเป็น
1.การรณรงค์และแนะนำให้ประชาชนไม่นำสัตว์ต่างถิ่นแปลกๆ จากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย
2.เพิ่มความระมัดระวังและเข้มงวดในการนำเข้าสัตว์และมีการตรวจ
3.กักโรคก่อนการนำเข้าตามมาตรการการป้องกันโรคจากสัตว์นำเข้าของกรมปศุสัตว์
4.เฝ้าระวังโรคทางอาการในสัตว์ โดยเฉพาะในสัตว์ฟันแทะ และสัตว์ต่างถิ่น ถ้าพบสิ่งผิดปกติให้เก็บตัวอย่างส่งตรวจยืนยันแล้วดำเนินการควบคุมโรค
5.ให้ความรู้แก่ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ผู้เลี้ยงสัตว์ และประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับข้อมูลของโรค เพื่อสามารถป้องกันตนเองและสามารถช่วยเฝ้าระวังโรคได้ เช่น การนำสัตว์ตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงต้องมีการกักโรค และกำจัดปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด หรือแมลงดูดเลือดต่างๆ หากพบสัตว์ป่วย หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงควรปรึกษาสัตวแพทย์ รวมถึงไม่เล่นคลุกคลีกับสัตว์ที่สงสัยว่าป่วย
นอกจากนี้ยังมี การป้องกันตัวไม่ให้โดนเห็บ หมัด หรือแมลงดูดเลือดต่างๆ กัด การรักษาความสะอาดบริเวณบ้านเรือน และบริเวณที่เลี้ยงสัตว์ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัย และลดจำนวนของสัตว์พาหะ โดยเฉพาะหนู และสัตว์ฟันแทะ การล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสซากสัตว์ ควรสวมใส่ถุงมือเมื่อจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ป่วย และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย น้ำตา เป็นต้น การไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ และใช้น้ำสะอาดในการอุปโภค บริโภค และหากโดนแมลงดูดเลือดกัดควรล้างแผลให้สะอาด และใส่ยารักษาแผลสด ถ้ามีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
Read More
|
|