 |
|
|
 | |
น.ร.โยธินฯ เปิดเว็บค้านสภาฯ

ประธาน น.ร.โยธินฯ ตอก สมัคร กล่าวหาเด็กถูกจัดตั้งต้านสภาใหม่ เปิดเว็บบอร์ด พร้อมจับมือศิษย์เก่า-ชุมชนเคลื่อนไหวค้าน แฉถูก ผอ.อบรมหน้าเสาธงไม่ให้สกัด เลยเจอโห่กลับ อภิวันท์ ร้อนใจ ร่อนเอกสารแจง วอนคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาว ยันมีแผนรองรับทุกด้าน ขณะที่ นิคม เล็งทำความเข้าใจปชช. เชื่อเป็นแค่ปัญหาด้านทัศนคติ
สืบเนื่องจากกรณีความขัดแย้งที่รัฐบาลเลือกสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ บนที่ราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) ทำให้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แจกเอกสารชี้แจงกรณีที่เกิดความไม่เข้าใจโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่
เอกสารดังกล่าว ระบุว่า ที่ราชพัสดุดังกล่าวมีหน่วยงานราชการได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรวม 8 หน่วยงาน รัฐสภาได้แก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ในส่วนโรงเรียนโยธินบูรณะได้จัดหาพื้นที่ใหม่ขนาด 16 ไร่ ใหญ่กว่าเดิม 1 เท่าตัว และรัฐสภาจะจ่ายค่ารื้อย้ายและก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน 1 พันล้านบาท โดยดำเนินการให้เสร็จใน 2 ปี ส่วนผลกระทบต่อการเดินทางของนักเรียนคงมีไม่มากนัก เพราะอยู่ห่างจากสถานที่เดิมเพียง 1.7 กิโลเมตร หรือประมาณ 5-6 ป้ายรถเมล์เท่านั้น จึงขอวิงวอนให้ผู้ที่คัดค้านคำนึงถึงประโยชน์ในระยะยาวที่โรงเรียนจะได้รับเอกสารยังระบุอีกว่า สำหรับหน่วยราชการอื่นที่ได้รับผลกระทบก็ได้มีการจัดสรรที่ดินรองรับไว้แล้ว เช่น ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า ชุมชนตระกูลดิษฐ์ 132 ครอบครัว จะย้ายไปอยู่ในที่ดินราชพัสดุ แผนกซ่อมบำรุงเรือเนื้อที่ 4 ไร่ ส่วนกรมราชองครักษ์ย้ายไปอยู่ที่ดินราชพัสดุ แขวงบางซื่อ กทม. เนื้อที่ 7 ไร่ โดยรัฐสภาจะจ่ายค่าชดเชยให้กรมราชองครักษ์จำนวน 2 ล้านบาท ส่วนโรงเรียนทหารขนส่ง (ขส.ทบ.) กรมการขนส่งทหารบก กองร้อยขนส่งเรือ แผนกซ่อมบำรุงเรือและบ้านพักของข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบกจะย้ายไปอยู่ในพื้นที่กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก นนทบุรี เนื้อที่ 265 ไร่ โดยรัฐสภาจะจ่ายค่าชดเชยที่ดินและสิ่งก่อสร้างจำนวน 3,925 ล้านบาท
รองประธานสภา ระบุอีกว่า สำหรับบ้านพักข้าราชการกรมอุตสาหกรรมทหาร รวมถึงศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงาน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทางรัฐสภาจะซื้อที่ดินใกล้บริษัทบุญรอดริวเวอรี่ จำกัด จำนวนเกือบ 3-7 ไร่ พร้อมทั้งจะจ่ายค่าก่อสร้างแฟลตกรมการอุตสาหกรรมทหารข้าราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจำนวน 40 ครอบครัว ใช้งบฯ 100 ล้านบาท ส่วนองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) นั้น รัฐสภาจะซื้อที่ดินพร้อมจ่ายค่ารื้อถอนและค่าขนย้ายครอบครัวพนักงาน 30 ครอบครัว ไปอยู่ที่ใหม่จำนวน 400 ล้านบาท (โดยรัฐสภาจะจ่ายค่ารื้อถอนโรงงานและขนย้ายครอบครัวพนักงาน 30 ครอบครัว ก่อนจำนวน 50 ล้านบาท)
ด้านนายนิคม ไวยรัชพาณิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะรองประธานคณะกรรมการจัดหาสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งทีมประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะนายชัยเดินทางได้ปฏิบัติภารกิจที่ไปประเทศสิงคโปร์ หากนายชัยกลับมาก็จะหารือกัน ความจริงการชี้แจงทำความเข้าใจกับนักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะนั้น คุณหญิงกษมา วรวรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับปากแล้วว่า จะประสานกับผู้บริหารโรงเรียนเพื่อทำความเข้าใจกับเด็กๆ หากเด็กๆ ยังคงไม่เห็นด้วยและไม่เข้าใจกับการสร้างรัฐสภาก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารจะต้องทำความเข้าใจอีกครั้ง
"ความจริงเราได้ชี้แจงให้ทราบแล้วว่า ปัญหาการจราจรทางน้ำและทางบกนั้น รัฐสภาจะสร้างท่าเรือและสร้างถนนเพิ่มเติม จึงไม่น่ามีปัญหาการเดินทาง แต่น่าจะเป็นปัญหาเรื่องทัศนคติ ดังนั้น คงต้องเปลี่ยนทัศนคติ อย่างไรก็ตาม การสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เราไม่ประสงค์จะทำให้ใครเดือดร้อนและไม่อยากเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตใครมากจนเกินไป ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ผมมั่นใจว่าผลกระทบมีแต่ไม่มาก เพราะเราไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อนและไม่อยากแตกหักกับใคร" นายนิคมกล่าว
ที่โรงแรมดิเอ็มเมอรัลด์ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการคัดค้านการสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ที่เกียกกายว่า ยินดีที่จะรับฟังความทุกฝ่าย กระบวนการตอนนี้ไม่ถึงขั้นขัดรัฐธรรมนูญ ที่คนในพื้นที่คัดค้านนั้นธรรมดา เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ว่างแต่มีผู้อาศัยอยู่ต้องกระทบบ้าง อย่างไรก็ตาม จะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ขณะนี้เพียงขั้นต้นเท่านั้น ส่วนเอ็มโอยูนั้นเป็นการลงนามของหน่วยงานต่างๆ ที่ยินยอมให้มีการรื้อถอนออกจากพื้นที่เท่านั้น และจากที่ได้อ่านเอกสารทั้งหมดที่มีการริเริ่มสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มานาน ซึ่งบริเวณนี้เหมาะสมที่สุด

เมื่อถามว่า มีการระบุว่าอาจมีการแสวงผลประโยชน์ในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ นายประสพสุข กล่าวว่า ตราบใดที่ตนจะดำรงตำแหน่งอยู่ยืนยันว่า เรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ทำไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อถามว่า ทำไมไม่ทำประชาพิจารณ์ก่อน เพราะการก่อสร้างมีผลกระทบต่อประชาชน นายประสพสุขกล่าวว่า คงต้องค่อยๆ ช่วยกันทำความเข้าใจ
ด้านนายปรัชญา มานพ ประธานนักเรียนโยธินบูรณะ กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังการชี้แจงจากรัฐสภาแล้วก็ยิ่งทำให้เห็นว่าเหตุผลที่ชี้แจงนั้นฟังไม่ขึ้น และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่เราจะต้องย้ายโรงเรียน อีกทั้งยังผิดรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตรา ขณะนี้นักเรียนในโรงเรียนได้รวมตัวกับศิษย์เก่าผ่านการตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดเพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยข้อมูล โดยนักเรียนต่างวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้อำนวยการค่อนข้างกว้างขวาง เพราะไม่มีนักเรียนคนใดอยากย้ายโรงเรียน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาตนและเพื่อนๆ ได้ไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีตัวแทนสำนักงานปลัดฯ รับเรื่องไว้และให้มาติดตามความคืบหน้าภายใน 15 วัน
"พวกเรายังจะเคลื่อนไหวร่วมกับเพื่อนๆ พี่ๆ ศิษย์เก่า ผู้ปกครองและคนในชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่อย่างถึงที่สุด ผมขอการันตีว่า การเคลื่อนไหวของนักเรียนไม่มีการยั่วยุหรือปลุกระดมอย่างที่นายสมัคร (สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี) กล่าวหา ทุกคนเคลื่อนไหวด้วยความบริสุทธิ์ โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้บอกกับนักเรียนหลังเคารพธงชาติว่า โรงเรียนเราถือเป็นองค์กรเล็กๆ ที่ไม่สามารถต่อต้านอะไรได้ จึงบอกให้นักเรียนอย่าให้ใครมาปลุกระดมหรือชักจูงไปในทางที่ผิด รวมทั้งบอกอีกว่า หากนักเรียนพูดอะไรไม่ถูกต้องระวังเวรกรรมจะตามทัน เพราะเวรกรรมมีจริง ดังนั้น เขาจึงอโหสิให้นักเรียนที่เคยต่อว่าผู้อำนวยการ ซึ่งก็มีนักเรียนโห่ร้องด้วยความไม่พอใจต่อการชี้แจงดังกล่าว" นายปรัชญา กล่าว
ข้อมูลจาก
Read More
|
|
|
|
 |
|
|
|