 |
|
|
 | |
เด็กแว้น ร้องทนาย ชันสูตรใหม่
บช.น.เอาจริงปราบแก๊งเด็กแว้น หลังแข่งรถให้ชาวบ้านเดือดร้อนและมีตร.เสียชีวิตไปหลายรายจากการพยายามจับกุม สั่งทุกกองบก.ตั้งชุดเฉพาะกิจปราบรถซิ่งโดยเฉพาะ มีจราจรกลางเป็นทีมเฝ้าระวัง หากได้รับแจ้งเมื่อไหร่สามารถเคลื่อนพลออกไปจัดการได้ทันที ส่วนคดีด.ต.เสียชีวิตระหว่างตามจับเด็กแว้น ก่อนที่มี 5 โจ๋ต้องสงสัยที่เข้าพบตร.ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง ตร. เผย อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนเพื่อให้แน่นหนาก่อนดำเนินการขั้นต่อไป เผยผู้ต้องสงสัยเข้าร้องสภาทนายความช่วยเหลือ และขอให้ชันสูตรศพใหม่ หลังการผ่าครั้งแรกพบรอยถูกรัดคอ โดยอ้างน่าจะเป็นรอยถูกสายหมวกกันน็อกที่สวมใส่รัดเองมากกว่า

จากกรณีด.ต.สัมฤทธิ์ แต้มทอง อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สน.วิภาวดี เสียชีวิตเมื่อกลางดึกวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจจับแก๊งรถจักรยานยนต์ซิ่ง บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า โดยตำรวจพบรถตู้ที่แก๊งเด็กแว้นขนอุปกรณ์มาแข่งขัน ซึ่งภายหลังมีวัยรุ่นเข้าพบตำรวจอ้างว่าอยู่ในรถตู้ดังกล่าว แต่ปฏิเสธไม่มีใครลงมือทำร้ายด.ต.สัมฤทธิ์ นั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 ส.ค. พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. เรียกประชุมนายตำรวจระดับ รอง ผกก.จร. และ สว.จร. ทุกสถานีตำรวจในสังกัด บช.น. เพื่อรับทราบนโยบายประจำเดือน โดยมีมาตรการเร่งด่วนในการปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ เนื่องจากที่ผ่านมามีตำรวจจราจรเสียชีวิตในขณะปฏิบัตติหน้าที่จำนวนมาก และสาเหตุส่วนใหญ่มาจากกลุ่มวัยรุ่นแก๊งซิ่งกวนเมือง ต้องหาวิธีปราบปรามและป้องกัน ไม่ให้เหตุร้ายเกิดซ้ำขึ้นอีก
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งรถในทางสาธารณะ มีลักษณะพฤติกรรมที่โหดร้าย และสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับสังคมเป็นอย่างมาก การดำเนินการควบคุมดูแลระดับสถานีตำรวจมีข้อจำกัดด้านกำลังพล ทำได้เพียงการระวังป้องกันเท่านั้น รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นมักเปลี่ยนสถานที่แข่งขันและเวลาไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา จากนี้ไปได้กำหนดมาตรการปราบปรามการแข่งรถในระดับกองบังคับการ โดยให้ บก.น.1-9 จัดชุดปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ ให้ บก.จร. จัดชุดเฝ้าระวัง เพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุน กำลังปฏิบัติของชุดปราบปรามดังกล่าว ให้แต่ละ บก.น. ประกอบกำลังพลจากทุกสน. ร่วมปฏิบัติการ เมื่อรับแจ้งจากศูนย์วิทยุให้รีบออกปราบปรามทันที โดยให้เตรียมพร้อมในช่วงเวลากลางคืนทุกวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประชุมดังกล่าว บก.จร. ร่วมกับ สถานีวิทยุ สวพ. เอฟเอ็ม 91 มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ต.สัมฤทธิ์ โดยมีนายสันติ แต้มทอง บุตรชายเป็นผู้รับมอบ ขณะเดียวกันมีการตั้งตู้รับเงินบริจาคเพื่อนำเงินช่วยเหลือครอบครัวของด.ต.สัมฤทธิ์ ด้วย
ส่วนความคืบหน้าคดีด.ต.สัมฤทธิ์ วันเดียวกัน พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่าการสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยาน เนื่องจากมีพยานเป็นจำนวนมาก และรายละเอียดในหลายประเด็น ต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้สอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 20 ปาก แต่ยังต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ให้ปากคำ และไม่ขอเปิดเผยการสอบพยานว่ามีผู้เห็นเหตุการณ์ตำรวจถูกทำร้ายหรือไม่ รอให้รายละเอียดดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนก่อนแล้วจะแถลงอีกครั้ง รวมถึงไม่ขอบอกถึงรายละเอียดของแนวทางการสอบสวน เนื่องจากผู้กระทำผิดอาจหาช่องทางเพื่อให้พ้นผิด โดยขอเวลาสรุปคดีประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องทำสำนวนให้ละเอียดรอบคอบ
พ.ต.อ.อาคม กล่าวว่า กรณีผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ไปขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ และทนายความอาสาจะยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ผ่าพิสูจน์ศพ ด.ต.สัมฤทธิ์อีกครั้ง เนื่องจากมีความสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต และผลการชันสูตรศพจากนิติเวชที่ระบุว่า มีแผลกดทับที่บริเวณลำคอของผู้เสียชีวิตนั้น อาจเป็นรอยที่เกิดจากสายรัดคางหมวกกันน็อก เพราะขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตสวมหมวกกันน็อกอยู่ เป็นสิทธิของทนายความที่จะดำเนินการ คงไม่ต้องมายื่นขอต่อพนักงานสอบสวน แต่ต้องไปศึกษารายละเอียดของกฎหมายว่า มีช่องทางใดที่จะยื่นเรื่องขอชันสูตรศพใหม่อีกครั้ง
ภาพ : คม ชัด ลึก
ข้อมูลจาก

วัน เสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551
Read More
|
|
|
|
 |
|
|
|