 |
|
|
 | |
นศ.สาวพาตร.บุกห้อง ผศ.ชี้จุดโดนลวนลาม
ตร.นำตัวน.ศ. ผู้เสียหายที่ถูกผศ.ลวนลาม พาไปชี้จุดก่อเหตุในห้องทำงาน ม.อุบลฯ พบร่องรอยผศ.ฉากหนีไปก่อนตร.มาถึงนิดเดียว ยังมีกลิ่นควันบุหรี่โชยอยู่ แถมมีขวดเบียร์เปล่าที่ซื้อมาดื่มคลายเครียดด้วย ทางด้านอธิการบดีสั่งพักราชการ พร้อมตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงทันที แฉประวัติโฉ่เคยลวนลามน.ศ.จนถูกสั่งภาค ทัณฑ์มาแล้วหนนึง โดยคนแจ้งเหตุก็เป็นภรรยาของผศ.เองที่เป็นอาจารย์ร่วมสถาบันแต่คนละคณะ ทางด้านคดีอาจารย์วิศวะ มธ. ที่บังคับน.ศ.อมนกเขาแลกเกรด ก็เตรียมสรุปผลสอบวินัยต้นก.ค.นี้แล้ว

จากกรณี ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อายุ 41 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ถูกนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 3 ร้องทุกข์กับพนักงานสอบ สวนสภ.อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ให้ดำเนินคดีฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยนักศึกษาเหยื่อได้หลักฐานเป็นเทปวิดีโอแอบถ่ายตอนเข้าไปหาผศ.จักรฤทธิ์ในห้องทำงาน แล้วถูกลวนลาม ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.ท.ปรัชญา คงสกุล รอง ผกก.สส.สภ.วารินชำราบ พร้อม พ.ต.ต.รักเกียรติ แย้มบางยาง พนักงานสอบ สวนเจ้าของคดีนำตัว น.ส.หน่อย (นามสมมติ) นักศึกษาหญิงที่เป็นผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุที่ตึกไอแอลซี หรือตึกภาษาและวัฒนธรรมภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยที่เกิดเหตุอยู่บริเวณห้องพักอาจารย์ชั้นที่ 3 หมายเลขห้อง ไอแอลซี 304 ซึ่งเป็นห้องพักของผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ ลักษณะเป็นห้องเดี่ยวปิดมิด ชิด มีทางเข้าออกทางเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพ.ต.ท.ปรัชญาและนักศึกษาผู้เสียหายเดินทางไปถึงนั้น พบว่าผศ.จักรฤทธิ์เพิ่งหลบออกจากห้องก่อนไปถึงไม่นาน เพราะในห้องยังมีกลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้ง และมีขวดเบียร์เปล่าที่ผู้ถูกกล่าวหานำมาดื่มคลายเครียด วางทิ้งไว้ในตู้กระจกใส่ตำราใช้สอนหนังสือ โดยใช้เวลาในการชี้จุดและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมประมาณ 15 นาที ระหว่างนั้น ผู้บริหารของคณะศิลปศาสตร์ได้มาอำนวยความสะดวกในการเก็บหลักฐานแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีด้วย
หลังนำนักศึกษาผู้เสียหายชี้จุดที่เกิดเหตุ พ.ต.ท. ปรัชญา เปิดเผยว่า จะเรียกพยานที่เป็นเพื่อนนักศึกษาหญิงอีก 2 คน ซึ่งวันเกิดเหตุทั้ง 2 คน ได้เดินทางไปเป็นเพื่อนน.ส.หน่อย ที่ขอเข้าพบกับอาจารย์คนนี้ เพื่อใช้เป็นพยานแวดล้อมยืนยัน เพราะเพื่อนนักศึกษาทั้งคู่ยืนรออยู่หน้าห้องพักตามคำสั่งของผศ.จักรฤทธิ์ หลังสอบปากคำจะได้ออกหมายเรียกผศ.จักรฤทธิ์มารับทราบข้อกล่าวหา
พ.ต.ท.ปรัชญากล่าวต่อว่า นอกจากสอบปากคำพยานแวดล้อมแล้ว พนักงานสอบสวนได้มีหนังสือขอรับเอกสารที่นักศึกษารายอื่นใช้ร้องเรียนพฤติกรรมของผศ.จักรฤทธิ์ ที่มีพฤติกรรมลวนลามนักศึกษารายอื่น มาใช้ประกอบสำนวนคำฟ้องของเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้มัดตัวผู้ถูกกล่าวหาให้ดิ้นไม่หลุดอีกด้วย
ด้านความเคลื่อนไหวของมหาวิทยาลัยอุบลราช ธานี นายศุภชัย หาทองคำ รองอธิการบดีมหาวิทยา ลัย ได้ออกแถลงการณ์หลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย เพื่อยืนยันจุดยืนของ มหาวิทยาลัยต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า 1.มหาวิทยาลัยมีมาตรการเร่งด่วนให้ความคุ้มครองสิทธิของนักศึกษาที่เข้าแจ้งความ และพร้อมจะดำเนินการตามจรรยาบรรณ ของอาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีกับผศ. จักรฤทธิ์ โดยเบื้องต้นได้สั่งพักการสอนและสั่งพักราชการผู้ที่ถูกกล่าวหาไว้ก่อน 2.มหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยแบบร้ายแรงแก่อาจารย์ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว 3.มหาวิทยาลัยจะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในกรณีที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปิดบังข้อมูลใดๆ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่สังคมและนักศึกษาด้วย

ด้านดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า ล่าสุดได้สั่งพักราชการผศ.จักรฤทธิ์ พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง สำหรับพฤติกรรมผศ.จักรฤทธิ์เคยถูกภาค ทัณฑ์มาแล้ว 1 ครั้ง เพราะก่อเหตุลวนลามนักศึกษา และภรรยาเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ตั้งกรรมการมาสอบสวน และผศ.จักรฤทธิ์ยอมรับสาร ภาพ จึงลงโทษภาคทัณฑ์ไว้ แต่เมื่อมาก่อเหตุครั้งนี้อีก ตามกฎคือ ไล่ออก โดยจากนี้ทางคณะกรรมการชุดสอบสวนจะพิจารณาโทษตามกฎของมหาวิทยาลัย สำหรับเรื่องทำนองนี้ ผศ.จักรฤทธิ์เคยถูกร้องเรียนจากนักศึกษามาแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันเอาผิดได้ จนนักศึกษาทนไม่ไหวไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนแอบซ่อนกล้องถ่ายวิดีโอใช้บันทึกภาพ ขณะกำลังถูกลวนลามได้ในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับคณะกรรมการสอบสวนเอาความผิดกับผศ.จักรฤทธิ์ ประกอบด้วย ตัวแทนสภามหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย ฝ่ายบริหาร อาทิ อธิการบดี รองอธิการบดี ส่วนระยะเวลาการสอบสวนคงใช้เวลาไม่นาน เพราะมีภาพที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้อย่างชัดเจน เว้นแต่ผู้ถูกกล่าวหาจะมีข้อโต้แย้งอื่นที่สมเหตุสมผลมาชี้แจง สำหรับผศ.จักรฤทธิ์ ปัจจุบันมีบุตร 1 คน โดยภรรยาเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังเกิดเรื่องได้พยายามติดต่อขอทราบข้อเท็จจริงจากผศ.จักรฤทธิ์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และได้รับการร้องขอไม่ให้รบกวนภรรยาของผศ.จักรฤทธิ์ สำหรับการออกหมายเรียกตัวผศ.จักรฤทธิ์ พนักงานสอบสวนคาดว่าจะออกหมายเรียกมารับทราบข้อหาได้ในวันพุธที่ 2 ก.ค.นี้
ส่วนนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อประสานไปยังมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ให้ผศ.จักรฤทธิ์ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและตรวจสอบประวัติที่ผ่านมา เบื้องต้นเข้าใจว่าน่าจะมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การให้ออกจากราชการไว้ก่อนถือว่าเป็นมาตร การที่รุนแรงแล้วในขณะนี้ หากพบว่ากระทำความผิดจริงก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายด้วย ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น กำลังมีการหารือกับทางสกอ. ว่าจะมีการขึ้นบัญชีดำครูอาจารย์ที่กระทำการล่วงละเมิดอนาจาร หรือมีเรื่องชู้สาวกับนิสิตนักศึกษา เพื่อไม่ให้กลับเข้ามาในวิชาชีพได้อีก ในขณะเดียวกันก็จะมีการปลูกฝังจรรยาบรรณให้กับครูอาจารย์ เพื่อให้มีสำนึก ทั้งนี้ตนเชื่อว่าอาจารย์ส่วนใหญ่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูอาจารย์อยู่แล้ว
ด้านนายประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมอบ. ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า วันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบ สวนวินัยร้ายแรงเพื่อดำเนินการเอาผิดกับนายจักรฤทธิ์แล้ว โดยมีรองอธิการบดีมอบ. เป็นประธาน ถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและจรรยาบรรณอย่างชัดแจ้ง คาดว่าจะทราบผลใน 1 สัปดาห์ เพราะมีหลักฐานที่ผู้เสียหายได้บันทึกไว้ชัดเจน โทษสูงสุดของการกระทำลักษณะนี้ คือการให้ออกจากราชการ ซึ่งจะไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ การสอบสวนทางวินัยครั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ควรจะขยายผลการตรวจสอบไปถึงการให้เกรดของนายจักรฤทธิ์ที่ผ่านมาด้วยว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ เพื่อจะพิจารณาลงโทษต่อไป ขณะเดียวกัน ตนได้สั่งการให้พัก ราชการนายจักรฤทธิ์จนกว่าผลการสอบสวนทางวินัยจะออกมา ซึ่งจะมีผลตั้งแต่บัดนี้ ทั้งนี้ มอบ. พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นักศึกษาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายจักรฤทธิ์ด้วย
"ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่คิดว่าสังคมจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ขอแสดงความชื่นชมกับความกล้าหาญของนักศึกษาผู้เสียหายที่ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ที่ไม่ยอมให้เกิดเรื่องชู้สาวแลกกับเกรด กับนักศึกษารายอื่นหากเจอปัญหาเดียวกันก็สามารถร้องเรียนกับทางมหาวิทยาลัยได้ แต่เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาลักษณะนี้อีกแล้ว เพราะอาจารย์ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้มีไม่มาก อีกทั้งข่าวนี้คงทำให้อาจารย์ท่านอื่นเกิดความเกรงกลัว และหันกลับมาทบทวนพฤติกรรมของตัวเองว่าเป็นไปตามจรรยาบรรณและกรอบวินัยข้าราช การแค่ไหน" นายประกอบ กล่าวและว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีก ตนได้กำชับคณาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัย ขอให้ระมัดระวังที่จะไม่เชิญนักศึกษาต่างเพศมาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
ขณะที่นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายกำธร เชิดชูเกียรติ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. ศูนย์รังสิต ที่ก่อเหตุอนาจารลูกศิษย์สาว โดยบังคับให้อมนกเขาในห้องทำงานแลกกับเกรดว่า ขณะนี้นายกำธรรับทราบข้อกล่าวหา และเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการ สอบสวนฯ อยู่ระหว่างสรุปสำนวนให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาก่อนนำมาให้ตน ซึ่งคาดว่าภายในต้นเดือนก.ค.นี้ จะได้สรุปผลการสอบสวนวินัยฯ และสามารถชี้แจงต่อสื่อมวลชนได้ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ทั้งนี้หากคณะกรรมการสอบสวนฯ เห็นว่านายกำธร กระทำความผิดจริง โทษสูงสุดจะต้องถึงขั้นไล่ออกจากราชการทันที
- เหยื่อผศ.หื่นกามแฉมีหญิงสาว อ้างเป็นอ.โทรฯขู่ให้ยอมความ
(1ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีน.ส.หน่อย(นามสมมติ) อายุ 21 ปี นศ.ปี 3 คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้าแจ้งความกับพ.ต.ต.รักเกียรติ แย้มบางยาง สารวัตรเวร สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ให้ดำเนินคดี ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อายุ 41 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ข้อหากระทำอนาจาร โดยมีภาพถ่ายวีดิโอ ที่ ผศ.จักรฤทธิ์ลวนลามโอบกอดนักศึกษาสาว ในห้องพักอาจารย์ชั้น 3 อาคารคณะศิลปศาสตร์ เป็นหลักฐานสำคัญนั้น
ล่าสุดน.ส.หน่อย กล่าวว่า มีนักศึกษาชาย-หญิงหลายคนให้กำลังใจแต่มีอาจารย์บางคนต่อว่า ตอนแรกรู้สึกหวั่น เมื่อได้รับโทรศัพท์ให้กำลังใจจากนายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.ยุติธรรม ทำให้รู้สึกเข้มแข็งขึ้น พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เมื่อวานนี้(30มิ.ย.) มีผู้หญิงอ้างเป็นอาจารย์และเป็นเพื่อนนายจักรฤทธิ์ โทรศัพท์ เข้ามาต่อว่าตน พร้อมพูดจาข่มขู่ให้ยอมความ โดยอ้างว่าเรื่องแบบนี้ตำรวจทำได้แค่เรียกค่าปรับ ซึ่งตนตอบกลับไปว่าไม่ขอยอมความเด็ดขาด หากลูกหลานอาจารย์ถูกกระทำแบบนี้จะคิดอย่างไร
ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า สกอ.ย้ำกับทุกมหาวิทยาลัยให้ ดูแลเรื่องนี้ให้มากขึ้น ส่วนเรื่องการตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี ทั้งจะเปิด เว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนจากนิสิตนักศึกษาโดยเฉพาะ โดยจะปิดเป็นความลับ เพราะนิสิตนักศึกษาอาจไม่กล้าพูดหรือถูกครอบงำจากอาจารย์จนไม่มีทางออก ทั้งนี้อยากให้สังคมช่วยประณามเรื่องนี้ให้มาก เพราะคิดว่ายังมี เรื่องทำนองนี้อีกมากในมหาวิทยาลัย หากนิสิตนักศึกษาสามารถให้ข้อมูลกับ สกอ.มากพอ สกอ.จะส่งรายชื่อให้ มหาวิทยาลัยดำเนินการต่อไปทันที
- ม.อุบลฯล้อมคอกอ.นอกรีตห้ามพบลูกศิษย์ลับตาคน
(1ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี น.ส.หน่อย (นามสมมุติ) นักศึกษาชั้นปี 3 คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี เข้าแจ้งตำรวจ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ถูกผศ.จักรฤทธิ์ อุทโย อายุ 41 ปี อาจารย์คณะเดียวกันลวนลามนั้น ล่าสุดศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (มอบ.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้รับหนังสือจากสถานีตำรวจภูธรวารินชำราบแจ้งว่า มีข้าราชการในสังกัดต้องคดีอาญา และได้นำหมายเรียกแจ้งให้นายจักรฤทธิ์ อุทโธ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ เซ็นรับทราบแล้ว พร้อมทั้งให้เข้าพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 2 ก.ค. หากไม่ไปพบพนักงานสอบสวนก็จะต้องออกหมายจับต่อไป
ศ.ดร.ประกอบ ยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง แต่คิดว่าสังคมคงเข้าใจว่า เป็นเรื่องบุคคลแต่ชื่นชมความกล้าหาญของนักศึกษา ที่ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ที่ไม่ยอมให้เกิดเรื่องชู้สาวแลกเกรด เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาลักษณะนี้อีก เพราะอาจารย์ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้มีไม่มาก อีกทั้งข่าวนี้คงทำให้อาจารย์เกิดความเกรงกลัวและหันกลับมาทบทวนพฤติกรรมตัวเองว่าเป็นไปตามจรรยาบรรณ และกรอบวินัยข้าราชการแค่ไหน
ซึ่งเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้จัดประชุมสามัญอธิการบดีแห่งประเทศไทยครั้งที่ 2/2551 มีรศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานที่ประชุม ทปอ. มีอธิการบดีจาก 26 มหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมหารือ
ในที่ประชุมได้หารือเรื่องความประพฤติของอาจารย์กับลูกศิษย์ โดยมหาวิทยาลัยทุกแห่งจะถือเป็นเรื่องร้ายแรง และจะมีการทบทวนวิธีการคัดเลือกอาจารย์ที่จะเข้ามาทำการสอนในมหาวิทยาลัยให้เข้มข้นกว่าในอดีต รวมทั้งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จะจัดสถานที่ให้อาจารย์พบนิสิตนักศึกษา โดยเป็นห้องรวมมีอาจารย์หรือนักศึกษาอยู่กันจำนวนมาก ไม่ให้อยู่ในที่ลับตาคน พร้อมให้สภาอาจารย์และสโมสรนักศึกษา เข้ามาร่วมมีบทบาทดูแลพฤติกรรมของอาจารย์และลูกศิษย์ แต่ก็มาเกิดเรื่องจนได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก ได้กำชับคณาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัย ให้ระมัดระวังที่จะไม่เชิญนักศึกษาต่างเพศมาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง โดยเฉพาะอาจารย์ชายกับลูกศิษย์หญิง ที่ผ่านมามอบ.กลั่นกรองอาจารย์มาอย่างดี แต่ปัญหาเกิดขึ้นหลังเข้ามาทำงานแล้ว
นายพรชัย ธุววิทย์ อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า เห็นข่าวแล้วรู้สึกตก ใจกับเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์แต่ก็เห็นใจครูอาจารย์ที่ดี อาจต้องมารับผลกระทบจากพฤติกรรมส่วนบุคคลดังกล่าวด้วย ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีอาจารย์ดีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
แต่สิ่งที่รู้สึกกังวลมากขณะนี้ คือมีหอพักเถื่อน หรือที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ ที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมาย เป็นแหล่งมั่วสุมทำผิดกฎหมาย ตั้งอยู่โดยรอบมหาวิทยาลัยอุบลฯจำนวนมาก มีนักศึกษาชายหญิงเช่าอยู่เป็นคู่ ๆ หอพักบางแห่งเปิดเป็นหอพักรวมมีทั้งนักศึกษาชายและหญิงมีพฤติกรรมเป็นแหล่งมั่วสุมจึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบหอพัก คุมเข้มหอพักให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด หากหอพักใดมีพฤติกรรมแหล่งมั่วสุม กระทำผิดกฎหมาย ทางจังหวัดอุบลราชธานี น่าจะดำเนินตามมาตรการทางกฎหมาย ดีกว่าจะให้มีเรื่องราวเกิดขึ้นแล้วถึงล้อมคอก
ข้อมูลจาก

วัน อังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
Read More
|
|
|
|
 |
|
|
|