 |
|
|
 | |
คุณกำลังเป็นเหยื่อ ของเจ้านายสุดแสบ หรือเปล่า

คุณกำลังคิดว่า ทำมั้ย ทำไม ฟ้าส่งคุณมาเกิด ทำไมต้องส่ง เจ้านายคุณมาด้วย คุณกำลังสงสัยว่า ทำไมองค์กรถึงไม่ส่งหัวหน้าของคุณไปเรียนรู้ ไปอบรม หรือไปทำอะไรก็ได้เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำของเขาบ้าง
ถ้าคุณไม่คิดเช่นนี้ แสดงว่าคุณโชคดีมากที่เจอหัวหน้าที่ดี แต่อย่างไรเสียสักครั้งหนึ่งในชีวิตของการทำงาน คุณต้องได้เจอกับใครบางคนที่ทำให้คุณคิดแบบนี้บ้าง
ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคุณไม่ได้เป็น ลูกน้องคนเดียวที่คิดแบบนี้ เวลาผม ไปเป็นวิทยากรให้กับองค์กรต่างๆ และยิ่งถ้าองค์กรไหนผมไปบ่อยด้วยแล้ว จะมีคนกลุ่มหนึ่งชอบมาปรึกษาผมเรื่องหัวหน้า
บางคนถึงกับบอกผม ให้ผมไปจัดหาหลักสูตรดีๆ สัก 2-3 หลักสูตร แล้วนำเสนอให้ผู้ใหญ่เขา แล้วฝากบอกผู้ใหญ่ด้วยว่า หัวหน้าของเขาสมควรเข้าไปเรียนหลักสูตรนี้เป็นอย่างยิ่ง
โธ่! อย่าหาเหาใส่หัวผมเลยครับ แค่เสนอหลักสูตรก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ให้บอกด้วยว่าใครควรเรียน ผมว่ามันเสี่ยงกับผมไปหน่อยนะ
ก่อนผมจะแนะนำถึงแนวทางการรับมือกับหัวหน้า ผมอยากให้คุณผู้อ่านทำความเข้าใจก่อนว่า การที่คนเราจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้านั้น เหตุผลส่วนมากมาจากผลการทำงานที่ดี ซึ่งการมีผลงานดีนั้นมาจากการมีทักษะในเรื่อง ของงาน (technical skills) ที่แกร่งกล้า แต่การเป็นหัวหน้าต้องใช้ทักษะที่มากกว่าทักษะเรื่องงาน และทักษะที่มีความจำเป็นเพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง คือทักษะในเรื่องของคน (human skills)
หลายองค์กรเลื่อนตำแหน่งให้ พนักงานที่มีผลการทำงานดีขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน โดยไม่มีการเตรียมความพร้อม หรือให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะในเรื่องของคนจึงส่งผลให้หัวหน้าใหม่เหล่านี้ ต้องเรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการคน ด้วยการลองผิดลองถูกจากประสบการณ์ของตนเอง
ดังนั้น เราลองมาดูกันว่า หัวหน้า ของคุณเป็นหัวหน้าสุดแสบจริงๆ หรือเป็นเพราะเขาแค่ขาดทักษะ คุณลองคิดดูซิว่า ปัจจุบันนี้เขายังทำในสิ่งเหล่านี้ อยู่หรือไม่ ดังหัวข้อ 12 ลักษณะของเจ้านายสุดแสบ
1. ชมไม่เคยมี แต่ติที่รู้กันทั่วบ้าน ทั่วเมือง
2. ให้งานมาแล้ว ก็แล้วไป ไม่เคยสนใจติดตามงาน
3. เวลามีอะไรผิดพลาด ไม่เคยเข้ามาดูแลเลย
4. เขาคิดอยู่เสมอว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยสวย แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่ไม่ดี แต่มันแย่มากๆ
5. เขาบอกและพูดอยู่เสมอว่า เขาให้อำนาจคุณในการตัดสินใจ ทั้งที่จริงแล้วมันเป็นแค่ลมปาก
6. ต้องการรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น
7. เป็นคนขี้สงสัย และรู้สึกว่าทุกอย่างและทุกเรื่องน่าสงสัยไปหมด
8. ไม่เคยฟัง แต่สรุปเรื่องเอาเอง
9. ไม่เคยวางแผนงาน หรือจัดลำดับความสำคัญของงาน
10. ถ้ามันไม่ใช่ไอเดียของเขา มันไม่เคยดีเลย
11. ตีสองหน้า
12. ชอบพูดจาเสียดสี กระทบกระเทียบ
ถ้าคุณพบกับหัวหน้าที่มีลักษณะนี้ ผมบอกได้เลยว่า คุณคงเปลี่ยนเขาได้ยาก (เพราะแค่เปลี่ยนตัวเองยังยากเลย แล้วจะให้ไปเปลี่ยนคนอื่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่) ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือการหากลยุทธ์ในการรับมือกับห้วหน้าที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง
เริ่มจากการเขียน เขียนออกมาเลยว่า มีเรื่องอะไรบ้าง ที่หัวหน้าคุณทำแล้วคุณรับไม่ได้
จากนั้นนำสิ่งที่คุณเขียนไว้มาจัดลำดับว่าเรื่องใดที่คุณรับไม่ได้มากที่สุด (อย่าลืมเก็บรักษาไว้ให้ดี อย่าให้หลุดไปถึงมือเขาเป็นอันขาด หาไม่เช่นนั้นแล้ว....ตัวใครตัวเผือก !!) แล้วนำ 2-3 เรื่องแรกที่คุณได้จัดไว้มาวางกลยุทธ์ในการรับมือ
การวางกลยุทธ์ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการกระทำอะไรที่รุนแรง แต่ในทางกลับกัน ก็อย่ามัวกลัว ไม่กล้าทำอะไร เพราะนั่นหมายถึงการที่คุณจะยอมเสียสละสุขภาพ และสุขภาพจิตของคุณเองให้กับหัวหน้าของคุณ เพราะถ้าคุณไม่ถูกกับหัวหน้า ไม่ชอบหัวหน้า คุณจะแบกความทุกข์กลับบ้านทุกวัน!
กลยุทธ์แรกเลยที่ควรทำคือการหาโอกาสพูดคุยกันอย่างตรงๆ (แต่ไม่ใช่ แรงๆ) ว่าเรารู้สึกอย่างไร ข้อแนะนำคือ จงพูดถึงความรู้สึกของเรา โปรดหลีกเลี่ยงการพูดถึงความไม่ดีของเขา เช่นถ้าหัวหน้าชอบตำหนิเราต่อหน้าคนอื่นๆ เสมอๆ คุณควรพูดว่า...ผมรู้สึกเสียใจที่โดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น ผมอยากให้หัวหน้าเรียกมาตักเตือนเป็นการส่วนตัว
มากกว่าจะพูดว่า...พี่ไม่ควรตำหนิผมต่อหน้าคนอื่น ผมคิดว่าพี่ไม่ให้เกียรติผม เป็นต้น
แต่สำหรับหัวหน้าบางคน กลยุทธ์นี้อาจเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าขืนพูดไป รับรองหัวหลุดจากบ่าทันที แบบนี้ก็แย่หน่อย ข้อแนะนำคือ ลองยืมมือคนอื่นมาช่วย แก้ปัญหาบ้าง เช่น หาทางไปคุยกับทางฝ่าย HR ให้หาโอกาสพูดกับหัวหน้าเรา (โดยไม่ต้องเอ่ยชื่อของเรา) หรือหาช่องทางดีๆ ที่จะไปคุยให้ผู้ใหญ่ หรือใครสักคนที่ปกติหัวหน้าเราเขาฟัง เขาไว้ใจ เพราะบางทีการที่ให้คนเหล่านี้ไปพูดกับหัวหน้าเราแทน เขาอาจจะรับฟังมากกว่าเราเป็นคนพูดเองก็ได้
กลยุทธ์อีกอย่างที่พอทำได้ ถึงแม้จะไม่ทุกกรณีก็คือหนีไปจากปัญหา (ที่แก้ไม่ได้) นี้ซะ โดยการขอโยกย้ายหน่วยงาน หรือขอปรับเปลี่ยนไปทำงานในลักษณะอื่น เพื่อจะได้หลุดออกจากเจ้านายท่านนี้ซะที หรือเลวร้ายที่สุดก็หนีไปอยู่องค์กรอื่น
แต่ถ้าทำทุกอย่างแล้วไม่ได้ผล หรือยังไม่สามารถหนีไปอยู่องค์กรอื่นได้ในตอนนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ผมมีข้อแนะนำสุดท้ายที่รับรองใช้ได้แน่นอน นั่นคือ "ทำใจ"
หมายความว่าทำใจให้ยอมรับในความเป็นเขา และพยายามมองหาข้อดีของเขา (ซึ่งอาจจะน้อยมากในสายตาของคุณ ก็เป็นได้) และพยายามเรียนรู้จากเขา ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เรียนรู้ได้แน่ๆ คือสิ่งที่คุณไม่ชอบจากเขา ต่อไปเมื่อคุณโตขึ้นและเป็นหัวหน้าคน ก็หวังว่าคุณจะไม่เป็นอย่างหัวหน้าของคุณที่คุณไม่ชอบ ก็แล้วกัน
ลองเลือกแนวทางตามความเหมาะสมนะครับ แต่มีสิ่งเดียวที่ขอเตือนคือก่อนจะมองว่าคนอื่นมีปัญหา ลองมองย้อนกลับมาถึงเราเองสักนิดบางทีปัญหาอาจเริ่มจากเราก็เป็นได้....จริงไหม?
ข้อมูลจาก 
Read More
|
|
|
|
 |
|
|
|